โหมดการแสดงผล

ขนาดตัวอักษร

หน้าแรก
บริการ
การจัดการความรู้ (KM)
15 Feb 2026

บทความแนวปฏิบัติที่ดี ด้าน การบริการวิชาการ

เรื่อง การฝึกทักษะการทำงานแก่นักศึกษาพิการสำหรับผู้ฝึกสอนงาน (Job Coach)

หน่วยบริการสนับสนุนนักศึกษาพิการ ศูนย์การศึกษาพิเศษ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา

*หน่วยบริการสนับสนุนนักศึกษาพิการ ศูนย์การศึกษาพิเศษ คณะครุศาสตร์

 1. ที่มาและความสำคัญ

ในพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2556 ได้กล่าวถึง สาระสำคัญของการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการเพื่อสร้างกลไกการคุ้มครอง การกำหนดสิทธิของคนพิการในการเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากบริการต่างๆ จากสิ่งอำนวยความสะดวกอันเป็นสาธารณะ ตลอดจนสวัสดิการและความช่วยเหลือจากรัฐ เช่น ด้านการแพทย์ ด้านการศึกษา ด้านอาชีพ และด้านบริการสังคม เป็นต้น  

การส่งเสริมด้านการศึกษาและด้านอาชีพ จะช่วยให้คนพิการสามารถดำรงชีวิตอิสระและมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์เสมอภาคกับบุคคลทั่วไป การส่งเสริมอาชีพหรือการมีงานทำของคนพิการในประเทศไทยนั้น คนพิการจะมีงานทำได้คือ การให้การศึกษา และการฝึกอาชีพแก่คนพิการระหว่างการศึกษา เพื่อเตรียมความพร้อมให้แก่คนพิการในการเข้าสู่ตลาดแรงงานและการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดี ปัจจุบันคนพิการเข้าสู่การศึกษาระดับอุดมศึกษามากขึ้น ถึงแม้ว่านักศึกษาพิการจะสำเร็จการศึกษาในระดับอุดมศึกษาแล้ว เมื่อไปสมัครงานตามสถานที่ต่างๆ โดยส่วนใหญ่สถานประกอบการรับคนพิการเข้าทำงานตามกฎหมาย แต่ปัญหาที่พบ คือ คนพิการไม่สามารถทำงานอย่างมีประสิทธิภาพเท่าที่ควร ไม่มีความถนัดในการทำงานด้านนั้น ขาดประสบการณ์หรือทักษะในการทำงาน ไม่มีความพร้อมเข้าสู่การทำงาน ขาดขวัญกำลังใจ และขาดคำแนะนำที่ดีจากผู้มีประสบการณ์ในสถานประกอบการ การสอนงานสำหรับคนพิการเป็นประโยชน์ต่อคนพิการและนักศึกษาพิการในระดับอุดมศึกษาเป็นอย่างยิ่ง ในด้านการเตรียมความพร้อมเข้าสู่การทำงานอย่างเต็มรูปแบบ โดยมีผู้สอนงานที่มี ความรู้ความเข้าใจให้ความช่วยเหลือ ตั้งแต่ก่อน ระหว่าง และหลังการเข้าสู่การปฏิบัติงานจริงในสถานประกอบการ เพื่อให้มีความรู้ ทักษะและความชำนาญช่วยให้คนพิการเข้าใจวิธีการทำงาน การปฏิบัติงานฝ่ายต่างๆ ในสถานประกอบการ และมีความพร้อมและพัฒนาตนเองในการเข้าสู่การทำงานอย่างมีคุณภาพ

ดังนั้น หน่วยบริการสนับสนุนนักศึกษาพิการ จึงได้นำวิธีการจัดการความรู้มาเป็นเครื่องมือในการรวบรวมความรู้ทั้งภายในตัวบุคคลและภายนอกจากผู้เชี่ยวชาญมาพัฒนาให้ชัดเจนเป็นระบบ เพื่อให้บุคคลากรสามารถเข้าถึงความรู้และแบ่งปันแลกเปลี่ยนเรียนรู้ พร้อมนำความรู้ที่ได้ปรับไปใช้ในการเป็นผู้สอนงานให้กับนักศึกษาพิการ คนพิการ ผู้ดูแลคนพิการหรือหน่วยงานสถานประกอบการที่มีการจ้างงานคนพิการได้อย่างมีประสิทธิภาพ นำไปสู่การพัฒนาศักยภาพของบุคลากรของหน่วยบริการสนับสนุนนักศึกษาพิการให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ และเกิดประโยชน์แก่นักศึกษาพิการต่อไป

2. วัตถุประสงค์

2.1 เพื่อพัฒนาหน่วยบริการสนับสนุนนักศึกษาพิการให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้

2.2 เพื่อค้นหากระบวนการในการพัฒนานักศึกษาพิการสู่การมีงานทำด้วยวิธีการสอนงาน (Job Coach)  

2.3 เพื่อพัฒนาทักษะความสามารถของบุคลากรให้เป็นผู้สอนงาน (Job Coach) ในการฝึกทักษะการทำงานแก่นักศึกษาพิการ

3. ผู้ใช้ความรู้

3.1 ผู้แทนจากสถานประกอบการเครือข่าย

3.2 นักศึกษาพิการ

3.3 เจ้าหน้าที่หน่วยบริการสนับสนุนนักศึกษาพิการ

3.4 ผู้ดูแลคนพิการ คนพิการ หรือบุคคลที่สนใจทั่วไป

4. กระบวนการพัฒนานวัตกรรมโดยผ่านกระบวนการจัดการความรู้ (7 ขั้นตอน)

ขั้นตอนที่ 1 การบ่งชี้ความรู้ (Knowledge Identification) 

              การบ่งชี้ความรู้เริ่มต้นด้วยการสำรวจและวิเคราะห์ปัญหาที่เกิดขึ้น ถึงแม้ว่านักศึกษาพิการจะสำเร็จการศึกษาในระดับอุดมศึกษาแล้ว เมื่อไปสมัครงานตามสถานที่ต่างๆ โดยส่วนใหญ่สถานประกอบการรับคนพิการเข้าทำงานตามกฎหมาย แต่ปัญหาที่พบ คือ คนพิการไม่สามารถทำงานอย่างมีประสิทธิภาพเท่าที่ควร ไม่มีความถนัดในการทำงานด้านนั้น ขาดประสบการณ์หรือทักษะในการทำงาน ไม่มีความพร้อมเข้าสู่การทำงาน ขาดขวัญกำลังใจ และขาดคำแนะนำที่ดีจากผู้มีประสบการณ์ในสถานประกอบการ การสอนงานสำหรับคนพิการเป็นประโยชน์ต่อคนพิการและนักศึกษาพิการในระดับอุดมศึกษาเป็นอย่างยิ่ง ในด้านการเตรียมความพร้อมเข้าสู่การทำงานอย่างเต็มรูปแบบ โดยมีผู้สอนงานที่มีความรู้ความเข้าใจให้ความช่วยเหลือ ตั้งแต่ก่อน ระหว่าง และหลังการเข้าสู่การปฏิบัติงานจริงในสถานประกอบการ เพื่อให้มีความรู้ทักษะและความชำนาญช่วยให้คนพิการเข้าใจวิธีการทำงาน การปฏิบัติงานฝ่ายต่างๆ ในสถานประกอบการ และมีความพร้อมและพัฒนาตนเองในการเข้าสู่การทำงานอย่างมีคุณภาพ ประสานความร่วมมือกับสถานประกอบการให้มีการออกแบบลักษณะงานที่เหมาะสมกับคนพิการเพื่อให้นักศึกษาพิการมีสมรรถนะในการทำงานตามเกณฑ์ที่สถานประกอบการต้องการ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้นักศึกษาพิการประสบความสำเร็จในการจ้างงาน

ขั้นตอนที่ 2 การสร้างและแสวงหาความรู้ (Knowledge Creation and Acquisition) 

         1. ประชุมทีมวางแผน การดำเนินงานเพื่อพัฒนาองค์ความรู้เกี่ยวกับกระบวนการสอนงาน (Job Coach) 

            1.1 ศึกษาเอกสาร งานวิจัยที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการสอนงาน (Job Coach)

                    1.2 สร้างแบบฟอร์มเครื่องมือเพื่อใช้ในการสอนงานนักศึกษาพิการหรือคนพิการ โดยใช้แผนอาชีพเฉพาะบุคคลสำหรับนักศึกษาพิการ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา (Individualized Career Planning : ICP) และแบบฟอร์มแผนระยะเปลี่ยนผ่านเพื่อการทำงานเฉพาะบุคคล ITWP (Individual Transition Work Plan)

        2. จัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้กระบวนการสอนงาน (Job Coach) แก่บุคลากรและผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านการสอนงานคนพิการ 

        3. จัดกิจกรรมอบรมเผยแพร่ความรู้ เพี่อการบริการวิชาการแก่บุคคลที่มีความต้องการพิเศษและครอบครัว 

        4. ศึกษาดูงาน องค์กรที่มีความเชี่ยวชาญด้านการเป็นผู้สอนงานผู้พิการ ศูนย์พัฒนาและฝึกอบรมคนพิการแห่งเอเชียและแปซิฟิก (APCD)

                5. ประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กระบวนการสอนงาน (Job Coach)

                6. สรุปองค์ความรู้ สร้างคู่มือการฝึกทักษะการทำงานแก่นักศึกษาพิการ สำหรับผู้ฝึกสอนงาน (Job Coach) หน่วยบริการสนับสนุนนักศึกษาพิการ  มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา

ขั้นตอนที่ 3 การจัดความรู้ให้เป็นระบบ (Knowledge Organization) 

        1. จัดทำคู่มือการฝึกทักษะการทำงานแก่นักศึกษาพิการสำหรับผู้ฝึกสอนงาน (Job Coach) หน่วยบริการสนับสนุนนักศึกษาพิการ  มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมาเพื่อเป็นแนวทางในการทำงานร่วมกัน 

2. สร้างระบบฐานข้อมูล ICP (Individualized Career Planning : ICP) แผนอาชีพเฉพาะบุคคลสำหรับนักศึกษาพิการ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา โดยได้มีการจัดอบรมและให้ความรู้แก่นักศึกษาพิการ และเจ้าหน้าที่ก่อนใช้งานระบบ ซึ่งผู้ใช้งานสามารถเข้าใช้งานผ่านช่องทางเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยได้ด้วยตนเอง

ขั้นตอนที่ 4 การประมวลและกลั่นกรองความรู้ (Knowledge Codification and Refinement)

           ประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สร้างคู่มือการฝึกทักษะการทำงานแก่นักศึกษาพิการสำหรับผู้ฝึกสอนงาน (Job Coach) หน่วยบริการสนับสนุนนักศึกษาพิการ  มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา เพื่อเป็นแนวทางในการทำงานร่วมกัน เพื่อให้ได้ข้อมูลและนำไปใช้ปรับปรุงการฝึกทักษะการทำงานแก่นักศึกษาพิการสำหรับผู้ฝึกสอนงาน (Job Coach) ได้จริง

ขั้นตอนที่ 5 การเข้าถึงความรู้ (Knowledge Access)

         มีการจัดทำคู่มือ และระบบฐานข้อมูลเพื่อให้นักศึกษาพิการ เจ้าหน้าที่ หรือผู้ที่สนใจสามารถเข้าถึงข้อมูล ดังนี้

         1. คู่มือการฝึกทักษะการทำงานแก่นักศึกษาพิการสำหรับผู้ฝึกสอนงาน (Job Coach) หน่วยบริการสนับสนุนนักศึกษาพิการ ศูนย์การศึกษาพิเศษ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา 

          2. ระบบฐานข้อมูล ICP (Individualized Career Planning : ICP) แผนอาชีพเฉพาะบุคคลสำหรับนักศึกษาพิการ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา 

ขั้นตอนที่ 6 การแบ่งปันแลกเปลี่ยนความรู้ (Knowledge Access) 

            การจัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้เพี่อการบริการวิชาการแก่บุคคลที่มีความต้องการพิเศษและครอบครัว โดยเชิญผู้แทนจากหน่วยงาน สถานประกอบการเครือข่ายที่มีการจ้างงานคนพิการ นักศึกษาพิการ คนพิการ และผู้ดูแลคนพิการที่สนใจทั่วไปเข้าร่วมแบ่งปันความรู้และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกัน ส่งเสริมให้มีการนำความรู้ไปใช้ให้เกิดการเรียนรู้ในองค์กร 

ขั้นตอนที่ 7 การเรียนรู้ (knowledge Access) 

           1. ประชุมวางแผน 

              1.1 เจ้าหน้าที่ DSS นักศึกษาพิการ และผู้ปกครอง ประชุมวางแผนร่วมกันเกี่ยวกับเป้าหมายและความต้องการ ความคาดหวังในการประกอบอาชีพของนักศึกษาพิการ 

            1.2 วางแผนอาชีพเฉพาะบุคคล (ICP : Individual Career Plan) เพื่อช่วยให้นักศึกษาพิการวางแผนและรับรู้เป้าหมายของตนเอง และเป็นการตรวจสอบทักษะของตนเองเพื่อนำไปสู่การพัฒนาเป้าหมายอาชีพ และแผนระยะเปลี่ยนผ่านเพื่อการทำงานเฉพาะบุคคล ITWP (Individual Transition Work Plan) เพื่อติดตามความก้าวหน้าและปรับปรุงแผนอย่างสม่ำเสมอ 

              1.3 มอบหมายเจ้าหน้าที่ DSS เพื่อติดตามแผน ICP, ITWP และมีการรายงานความก้าวหน้าตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้ ในลักษณะ Smart Goal

                  2. การพัฒนาทักษะและการเตรียมความพร้อมนักศึกษาพิการ 

             2.1 การประเมินความถนัดด้านทักษะต่างๆ ของนักศึกษาพิการ เช่น ทักษะการใช้คอมพิวเตอร์พื้นฐาน ทักษะการจัดการตนเอง และทักษะการทำงานเป็นทีม เป็นต้น

             2.2 วางแผนการอบรมเตรียมความพร้อมของนักศึกษาพิการ เพื่อเพิ่มทักษะ Soft skills

             2.3 การพัฒนาทักษะตามแผนเป้าหมายอาชีพเฉพาะบุคคล (ICP) และแผนระยะเปลี่ยนผ่านเพื่อการทำงานเฉพาะบุคคล ITWP (Individual Transition Work Plan) เพื่อติดตามความก้าวหน้าและปรับปรุงแผนอย่างสม่ำเสมอ 

             2.4 การจัดโปรแกรมฝึกทดลองการทำงาน (สำหรับนักศึกษาพิการที่เตรียมออกฝึกประสบการณ์วิชาชีพ ชั้นปีที่ 3-4, นักศึกษาพิการที่ทำงานระหว่างเรียน มาตรา 35, และนักศึกษาพิการ Internship ร้านกาแฟ Sp.Ed. Coffee)

            2.5 การประเมินความพร้อมในการทำงาน เพื่อให้แน่ใจว่านักศึกษาพิการมีทักษะที่จำเป็นและมีความพร้อมที่จะเข้าไปทำงานในสถานประกอบการ

             2.6 การเตรียมสภาพแวดล้อมในที่ทำงาน และการสร้างความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมของที่ทำงาน 

              3. การติดตามและประเมินผล

           3.1 ประเมินความสามารถเป็นรายบุคคล เพื่อต้องการทราบถึงจุดเด่นจุดด้อย และนำมาพัฒนาต่อยอด  โดยนักศึกษาประเมินความสนใจ ความสามารถ และค่านิยมของตนเอง เพื่อกำหนดเป้าหมายอาชีพที่เหมาะสม

             3.2 การประเมินและวางแผนเบื้องต้น การประเมินความสามารถและความสนใจ : 

ใช้แบบสอบถามหรือการสัมภาษณ์เพื่อประเมินความสามารถ ความสนใจ และความต้องการของนักศึกษา โดยใช้แบบประเมินความสามารถและความถนัดในการประกอบอาชีพของนักศึกษาพิการ 

             3.3 การกำหนดเป้าหมายอาชีพ มีการตั้งเป้าหมายระยะสั้นและระยะยาว : กำหนดเป้าหมายอาชีพที่ต้องการในระยะสั้นและระยะยาว พร้อมทั้งวางแผนการดำเนินการเพื่อบรรลุเป้าหมายเหล่านั้น 

             4. ประสานหน่วยงาน 

             4.1 หน่วยงานภายใน 

                   4.1.1 การทำงานร่วมกับคณะหรือสาขาวิชา ประสานงานกับคณะหรือสาขาวิชาฝ่ายฝึกประสบการณ์วิชาชีพในการเตรียมความพร้อมนักศึกษาและจัดหาสถานที่ฝึกงานที่เหมาะสม 

                 4.1.2 หน่วยบริการสนับสนุนนักศึกษาพิการให้คำปรึกษาและสนับสนุนในด้านต่างๆ

                  4.2 หน่วยงานภายนอก 

                  4.2.1 การสร้างเครือข่ายสถานประกอบการทั้งภาครัฐและเอกชนที่จ้างงานคนพิการ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลทางวิชาและการส่งเสริมการมีงานทำสำหรับนักศึกษาพิการ 

                  4.2.2 การจัดกิจกรรมพบปะนายจ้างเพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาพิการได้พบปะ

และพูดคุยกับนายจ้าง และสร้างความเข้าใจและความสัมพันธ์ที่ดี 

           5. การทำงาน

          5.1 การวางแผนการทำงานของนักศึกษาพิการกับสถานประกอบการ 

        5.2 การพัฒนางาน 

                5.2.1 การสอนงานตามหน้างานที่ได้รับมอบหมาย กำหนดเป้าหมายการเรียนรู้และพัฒนาทักษะที่จำเป็นสำหรับงานที่นักศึกษาพิการสนใจ 

                5.2.2 การสอนงานในสถานที่ทำงาน การแบ่งงานเป็นขั้นตอนย่อย : ใช้เทคนิคการวิเคราะห์งาน เพื่อแบ่งงานออกเป็นขั้นตอนย่อยๆ ที่นักศึกษาพิการสามารถเรียนรู้ได้ง่าย การใช้สื่อช่วยสอน : ใช้สื่อภาพหรือวิดีโอเพื่อช่วยในการเรียนรู้และจดจำขั้นตอนการทำงาน การสอนงาน   4 ขั้นตอน (Four Steps Method) : คือ ขั้นเตรียม ขั้นสอน ขั้นฝึกปฏิบัติ ขั้นทดสอบ และติดตามผล

                5.2.3 การปรับตัวในการทำงาน  โดยมีการแบ่งการประเมินการปรับตัวในการทำงานเป็น 4 ขั้นตอน ดังนี้

                ขั้น 0 รับช่วงเพื่อสร้างความมั่นคง : ก้าวเข้ามา แก้ไข วินัย ส่งเสริม

                ขั้น 1 บอกเพื่อให้แน่ใจว่ามีความชัดเจน : ก้าวขึ้นไป ตัดสินใจ มอบหมาย ชี้แจงให้สิทธิ

                ขั้น 2 ฝึกอบรมเพื่อสร้างความสามารถ : ก้าวไปข้างๆ สอนหลักการ สาธิต รับรอง

                ขั้น 3 ฝึกสอนเพื่อสร้างแรงบันดาลใจ ความเป็นเจ้าของ : ก้าวถอยหลัง ถามคำถาม มุ่งเน้น เติบโต

                ขั้น 4 การสนับสนุนเพื่อปลดปล่อยความเป็นเลิศ : ก้าวออกไป ให้คำปรึกษา อำนวยความสะดวก ตรวจสอบ แนะนำ

        5.3 การให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่องแก่นักศึกษาพิการทั้งปัจจุบัน และสำเร็จการศึกษาไปแล้วอย่างต่อเนื่องจนกว่านักศึกษาพิการจะสามารถทำงานได้อย่างอิสระ

          6. ติดตามงาน 

         6.1 มีการติดตามจากปฏิทินการฝึกงาน 

         6.2 มีการติดตามงานของนักศึกษาพิการ 

       6.3 มีการติดตามสถานประกอบการเรื่องตำแหน่งว่างงาน 

         6.4 ติดตามภาวะการมีงานทำของนักศึกษาพิการ ติดตามภาวการณ์มีงานทำของนักศึกษา

หลังสำเร็จการศึกษาเพื่อประเมินผลและปรับปรุงกระบวนการเตรียมความพร้อมฯ

         6.5 ติดตามพูดคุยกับหัวหน้างาน กรณีที่นักศึกษาพิการออกฝึกประสบการณ์วิชาชีพ และบัณฑิตพิการได้รับการจ้างงานในสถานประกอบการเครือข่าย

5. ผลลัพธ์หรือองค์ความรู้ที่ได้

     บุคลากรหน่วยบริการสนับสนุนนักศึกษาพิการ ผู้แทนสถานประกอบการ คนพิการ และผู้ดูแลคนพิการ ตลอดจนผู้สนใจทั่วไปสามารถนำเอาองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการสอนงานคนพิการในการปฏิบัติงานในสถานประกอบการหรือหน่วยงานได้ โดยผ่านกระบวนการฝึกทักษะการทำงานแก่นักศึกษาพิการสำหรับผู้ฝึกสอนงาน (Job Coach)